fbpx
GSSE Article 1

GSSE ศูนย์บ่มเพาะเพื่อสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ทุกวันนี้เราต้องเจอกับปัญหามากมายหลายอย่าง แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัญหาส่วนใหญ่นั้นมีความเกี่ยวข้องกับคน ทั้งในระดับชุมชน สังคม ภายในประเทศ ไปจนถึงระดับโลก
Share on facebook
Share on twitter
Share on print

ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาสิทธิมนุษยชน ปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ปัญหาขยะพลาสติกล้นโลก แต่ทุกปัญหาจะถูกแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อเราทำความเข้าใจ ลงมือแก้ไข และสร้างการเปลี่ยนแปลง

GSSE (Bachelor of Arts in Global Studies and Social Entrepreneurship) โลกคดีศึกษาและการประกอบการสังคมเป็นคณะหนึ่งที่มีปณิธานที่จะสร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคมผ่านการบ่มเพาะนักศึกษาให้เป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ แต่น้อง ๆ และพ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนก็ยังสงสัยว่าคณะนี้จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงหรือ จึงเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทาง Warwick Institute จัดงานสัมมนา GSSE Open House ขึ้น โดยภายในงานได้รับเกียรติจากคณบดี ผศ.ดร.ประภาภรณ์ ติวยานนท์ มงคลวนิช, ดร.นพงศ์ รักขพันธุ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรระดับปริญญาตรี และ ดร.ดีเพนดรา เคซี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ ร่วมด้วยศิษย์เก่าวอร์ริค บัณฑิตป้ายแดงจาก GSSE พี่จินนี่ จินต์ภาณี
สุขวัฒโน มาพร้อมนักศึกษา GSSE ชั้นปีที่ 4 พิมพ์ลภัส สุขบรรจง และ สุชาติ นิหะ ที่พร้อมจะมาตีแผ่ข้อมูลของคณะแบบครบและ
จบในที่เดียว

GSSE สอนเกี่ยวกับอะไร
เป็นที่แน่ชัดว่าคณะนี้ต้องการปลูกฝังให้นักศึกษาเป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ เข้าใจเพื่อนมนุษย์ รู้ถึงแก่นของปัญหา แก้ไขด้วยนวัตกรรมสังคม และสร้างจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นคณะนี้จึงไม่ได้มุ่งเน้นการสอนเชิงวิชาชีพ ไม่ได้สอนให้เป็นหมอ นักวิทยาศาสตร์ ครู นักบัญชี วิศวกร หรือสถาปนิก แต่จะผลักดันให้นักศึกษาได้เรียนรู้แบบสหวิทยาการผ่านทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ยกตัวอย่างเช่น ความเป็นผู้นำ, การจัดสรรเวลา, การทำงานเป็นทีม, การแก้ปัญหา, การสื่อสาร และการคิดวิเคราะห์ ที่เป็นทักษะสำคัญในการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ใน
ยุคปัจจุบัน ซึ่งทุกคนจะได้เรียนรู้จากการลงพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน ผ่านประสบการณ์จริง

โปรแกรมนี้เหมาะกับใคร
โปรแกรมนี้จัดตั้งขึ้นมาสำหรับนักศึกษาที่ต้องการสร้างผลกระทบที่ดีต่อสังคม สร้างแรงกระเพื่อมในการตระหนักรู้ถึงปัญหาต่าง ๆ แล้วอยากแก้ไขและพัฒนาสิ่งเหล่านั้นให้ดีขึ้น อยากเป็นผู้นำในบริบทนานาชาติ หรืออยากสร้างธุรกิจเพื่อสังคมก็เหมาะที่จะเรียนที่นี่ เพราะก่อนที่เราจะปรับสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เราต้องเริ่มต้นเปลี่ยนที่ตัวเองก่อน และ GSSE จะช่วยสนับสนุนให้ทุกคนไปถึงเป้าหมายนั้นได้อย่างแน่นอน

 

GSSE ได้เรียนรู้อะไรบ้าง
สิ่งหนึ่งที่คณะนี้มีไม่เหมือนคณะอื่นนั่นก็คือก่อนเปิดภาคเรียนแรกของนักศึกษาใหม่จะมี Summer Pre-Program ให้ทุกคนได้มา
ทำความรู้จักกันก่อนเริ่มเรียนจริง การเรียนการสอนไม่เน้นการจดเลคเชอร์ แต่จะเป็นการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง
(Project Based-learning) เพื่อสร้างทักษะต่าง ๆ ที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน ได้รับประสบการณ์ตรงในทุกภาคเรียนผ่านการลง
ภาคสนามไปใช้ชีวิตกับชุมชนและสังคมจริง ๆ เจอปัญหาจริง ได้ลองแก้ปัญหาด้วยตัวเอง พร้อมทั้งได้ร่วมงานกับกับองค์กรชั้นนำ
หลากหลายองค์กร ไม่ว่าจะเป็น PTT บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), NIA สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, SET ตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย, SCG บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือแม้แต่ VOGUE Magazine ที่สำคัญคือนักศึกษาจะมีโอกาสไปเรียน
แลกเปลี่ยนต่างประเทศเพื่อศึกษาบริบทในแง่มุมต่าง ๆ ในประเทศนั้น ๆ ในมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก อาทิ Aoyama Gakuin University ประเทศญี่ปุ่น, Korea University ประเทศเกาหลี, University of California ประเทศสหรัฐอเมริกา และ Technische Universität Dortmund ประเทศเยอรมนี เป็นต้น

จะได้ฝึกงานกับ UN จริงไหม
ในช่วงปี 2 นักศึกษาทุกคนจะต้องเข้าไปฝึกงานกับองค์กรนานาชาติ ซึ่งทางคณะจะไม่ได้บังคับว่าแต่ละคนต้องไปที่ไหน ทุกคนมีอิสระในการเลือก แต่เนื่องด้วยทางคณะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์กรระดับประเทศและระดับโลก อาทิ องค์การสหประชาติ (United Nation), องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) รวมถึงองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO)

จบไปแล้วทำงานอะไร
องค์ความรู้และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 จะทำให้นักศึกษาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ดีสามารถประยุกต์ใช้สิ่งที่ตนเองมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายคนอาจเข้าไปทำงานในองค์การระดับโลก อาทิ องค์การสหประชาติ (United Nation) หรืออาจเป็นที่ปรึกษาในบริษัทต่าง ๆ เพราะทุกคนล้วนมีประสบการณ์ตรงในการแก้ปัญหารอบด้าน และบางคนอาจสร้างธุรกิจเพื่อสังคมในรูปแบบของตนเองขึ้นมาก็ได้

Admission Requirement เป็นอย่างไร
GSSE มีเกณฑ์การคัดเลือกต่างจากคณะอื่นตรงที่ทางคณะจะไม่นำคะแนนทุกอันมารวมกันแล้วแบ่งสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ แต่จะคัดเลือกคนที่ผ่านเกณฑ์ขึ้นต่ำและส่ง Requirement ครบทั้ง 4 อย่างอันได้แก่ 

1) English Proficiency เพียงมีคะแนน IELTS 6+, TU-GET PBT 500+ หรือ TOEFL IBT 61+
2) GPAX ขั้นต่ำ 2.5 
3) Portfolio ที่แสดงความเป็นตัวเองให้มากที่สุด
4) Statement of Purpose (SOP) เขียนแนะนำตัวเองและอธิบายให้ได้ว่าทำไมเราถึงควรเป็นคนที่ถูกเลือก

เมื่อส่ง Requirement ครบทั้ง 4 อย่างแล้ว ก็จะได้ไปต่อในส่วนของการสัมภาษณ์ที่คิดเป็นคะแนน 100 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นด่านสุดท้ายก่อนเปิดประตูไปนั่งใน GSSE จะเห็นได้ว่าคะแนนภาษาอังกฤษทางคณะต้องการแค่เพียงคะแนนผ่านเกณฑ์ ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทุ่มเทก็คือ Portfolio, Statement of Purpose (SOP) และการสัมภาษณ์

น้อง ๆ คนไหนอยากเป็นเด็ก GSSE ว่าที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ติดต่อได้ที่ Warwick Institute 02-658-4880 หรือ LINE: @warwick

PATH TO SUCCESS Workshop & family consultation

ทุกคำถามของคุณเกี่ยวกับการสอบเข้าอินเตอร์ฯ
จุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ 
เรามีคำตอบให้ในเวิร์คช็อป 1.5 ชั่วโมงนี้