1

Decode Your Comm Arts DNA Forum เช็คความเป็นนิเทศ จุฬาฯ ในตัวคุณ

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย “นิเทศ จุฬาฯ” ก็ยังคงเป็นคณะยอดฮิตอยู่เสมอ อาจเป็นเพราะ ศิษย์เก่าต่างมีชื่อเสียงและมีผลงานให้ได้ชื่นชมกันจนเป็นที่ประจักษ์ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังของวงการสื่อสารมวลชน การโฆษณา และการตลาด
Share on facebook
Share on twitter
Share on print

ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับการเรียนนิเทศ และนิเทศ จุฬาฯ นั้นให้อะไร ทำไมถึงมีส่วนให้ศิษย์เก่าประสบความสำเร็จกันอย่างท่วมท้น Warwick Institute จึงขออนุญาตแนะนำศิษย์เก่าสองดาวเด่นของคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็น
ผู้ประสบความสำเร็จในแวดวงโฆษณาการตลาดเป็นอย่างสูง

คุณแพร – พรรณิกา วงศ์สายัณห์ (Comm Arts Chula รุ่นที่ 29) ผู้ร่วมก่อตั้งและดำรงตำแหน่ง Managing Director แห่ง
Wolf Bangkok ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่ง Group Business Director, Ogilvy
เอเยนซี่โฆษณาระดับโลกที่มีผลงานเป็นที่รู้จักมากมาย 

คุณหน่อย – เสาวรัตน์ โอภาสยานนท์ (Comm Arts Chula รุ่นที่ 30) Head of Marketing, Mother & Baby and Homecare บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) และเคยดำรงตำแหน่ง Marketing Development Director, Unilever 

ทั้งสองท่านมาร่วมเปิดประสบการณ์ให้ได้ร่วมเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และหาคำตอบในทุกข้อสงสัยไปพร้อมๆ กันในงาน
“Decode Your Comm Arts DNA Forum”

อยากเรียนนิเทศฯต้องเตรียมตัวอย่างไร
การเตรียมตัวสอบก็เปรียบได้เหมือนการเดินทางไปสู่เส้นชัย ถ้าเรามีแผนที่และเข็มทิศ เราย่อมถึงที่หมายได้ไวกว่าการเดินหน้าแบบไร้จุดหมาย ดังนั้นถ้าหากเราอยากเอนท์ติดนิเทศ จุฬาฯ ซึ่งเป็นคณะที่มีคะแนนเข้าสูง เรามี 8 สิ่งที่ควรรู้

(1) รู้จักจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง เป็นไปได้ยากมากที่คนหนึ่งคนจะเก่งหรือไม่เก่งไปเสียทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นวิชาไหน
ที่เราถนัดเราอาจจะไปฝึกฝนและอ่านหนังสือเป็นวิชาหลัง ๆ ได้ แต่เอาวิชาที่ไม่ถนัดมาทบทวนและพยายามก่อน
(2) เมื่อเรามีแผนที่แล้วเราต้องเดินตามเส้นทางที่ถูกต้องโดยอาศัยวินัยที่เป็นเหมือนเข็มทิศบอกทางไม่ให้เราออกนอกเส้นทาง 
ถ้าวันนี้ต้องฝึกทำโจทย์ให้ได้ 100 ข้อ เราก็ต้องทำให้ได้
(3) หามุมหรือบรรยากาศที่ตัวเองรู้สึกสงบและสบายที่สุดในการทบทวน ฝึกฝน และพัฒนาตนเอง อาจเป็นห้องนั่งเล่นที่บ้าน
ห้องสมุดโรงเรียน ร้านกาแฟร้านโปรด หรือ Co-working space ก็ได้
(4) ความถนัด ความสามารถ และศักยภาพของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นห้ามเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเด็ดขาด
อย่าให้ใจรู้สึกว่าตัวเองแพ้ตั้งแต่ยังไม่ลงสนามสอบ
(5) อย่าวิตกกังวล กลัวว่าตัวเองจะทำผิด คิดว่าตัวเองทำไม่ได้ เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเราจะทำข้อสอบได้มากน้อยแค่ไหน
จนกว่าเราจะได้ลงมือทำจริง
(6) เวลารู้สึกเหนื่อย ท้อ ไม่อยากพยายามต่อแล้ว ให้เตือนตัวเองอยู่เสมอว่า “เราต้องการเข้านิเทศ จุฬาฯ มากแค่ไหน”
จดจำ
ความรู้สึกของวันแรกที่ค้นพบตัวเองให้ได้
(7) ความกระตือรือร้นนั้นเป็นสิ่งดี แต่ต้องไม่มากจนกลายเป็นการกดดันตัวเอง ให้ความพยายามของเรามีความพอดีแล้ว
เราจะทำแบบนั้นได้ตามแผนจากวันแรกจนวันสุดท้าย เพราะถ้าฝืนเกินไปสุดท้ายเราอาจหยุดอยู่ที่กลางทาง
(8) มีความตั้งมั่นกับเป้าหมายของตัวเอง ฝึกฝนและเพียรพยายามอย่างมีสติ อย่าให้ใครหรืออะไรมาทำให้เราไขว้เขว
ไปจากสิ่งที่เราตั้งใจ

เส้นทางระหว่างเรียนเป็นอย่างไร
คณะนี้ทำกิจกรรมเยอะมาก แต่ความจริงแล้วกิจกรรมที่ทางคณะหรือมหาวิทยาลัยจัดให้นั้นไม่ได้เยอะอย่างที่เราทุกคนเห็นกัน เพราะส่วนใหญ่แล้วกิจกรรมถูกสร้างกันขึ้นมาเองในกลุ่มนิสิต เพื่อแสดงฝีมือ พัฒนาศักยภาพ และสร้างมิตรภาพกระชับ
ความสัมพันธ์ในหมู่เพื่อนพี่น้อง ซึ่งไม่ได้ถือเป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะนิเทศศาสตร์คือการสื่อสาร และการสื่อสารจะทำ
คนเดียวไม่ได้ วิชาแรกที่เรียนก็ต้องเข้ากลุ่ม จนกระทั่งวิชาสุดท้ายก็ยังต้องทำงานกันเป็นกลุ่ม เพราะเราต้องฝึก Human Skill
ต้องทำงานกับคนหมู่มาก เข้าใจความแตกต่าง ต้องมีใจเปิดกว้าง และมีความเป็น Teamwork

นิเทศฯสอนอะไร  
ตลอดระยะเวลา 4 ปีนั้น นิเทศเน้นการเรียนควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมและโปรเจคต่างๆ เพื่อสร้าง Soft Skills ให้กับนิสิตทุกคน ซึ่งเป็นทักษะที่ไม่สามารถเรียนรู้ผ่านการ Lecture ได้ ประกอบกับการสร้างสายสัมพันธ์แบบครอบครัว ความเป็นพี่เป็นน้อง ถึงแม้ว่าจะเรียนจบออกไปจากรั้วจามจุรีแล้ว แต่ความสัมพันธ์เหล่านี้จะไม่หายไป ยังมีการติดต่อ พูดคุย และช่วยเหลือกันอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังมีทักษะสำคัญอีกหลายทักษะ อาทิ Flexibility มีความยืดหยุ่นปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นเป็น, การปรับตัว การพัฒนาตนเองสามารถต่อยอดและพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญมี EQ ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างดี เป็นต้น

DNA ของนิเทศเป็นอย่างไร
อย่างแรกเลย Creative Problem Solving เราจะแก้ปัญหาด้วยวิธีที่สร้างสรรค์และแตกต่างไปจากเดิม ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาสิ่งใหม่ด้วยกระบวนการที่ไม่เหมือนใคร ต่อมาก็คือ Self-Confidence มีความมั่นใจในตัวเองและกล้าแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม รวมถึงมี Good Human Relations เป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเข้ากับคนอื่นได้ง่าย 

น้องๆ คนไหนที่มี DNA แห่งความเป็นเด็กนิเทศฯ จุฬาฯ ควรเริ่มเตรียมตัวและวางแผนกันตั้งแต่วันนี้ เพื่อ 1 ที่นั่งใน
Comm Arts Chula ต้องเป็นของเรา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Warwick Institute 02-658-4880 หรือ LINE: @warwick

PATH TO SUCCESS Workshop & family consultation

ทุกคำถามของคุณเกี่ยวกับการสอบเข้าอินเตอร์ฯ
จุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ 
เรามีคำตอบให้ในเวิร์คช็อป 1.5 ชั่วโมงนี้